หลายคนมักโฟกัสเรื่องสภาพอากาศเย็นช่วงปีใหม่ แต่ในความจริงแล้ว แดดและพื้นถนนที่ร้อนจัด คือหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ยางต้องทำงานหนักกว่าปกติ โดยเฉพาะการเดินทางข้ามจังหวัดต่อเนื่องในช่วงเทศกาล ผิวถนนแอสฟัลต์และคอนกรีตบนทางหลวงของไทยสามารถสะสมความร้อนสูงมาก ส่งผลให้ยางบางรุ่นที่ โครงสร้างไม่แข็งแรงพอ หรือเนื้อยางไม่เหมาะกับการวิ่งต่อเนื่องในอุณหภูมิสูง เกิดอาการ “ย้วย” หรือเสียทรงดอก ทำให้รถไม่นิ่งและสึกไวขึ้น
สิ่งที่ตามมาเมื่อยางเสียทรงจากความร้อน:
-
หน้ายางไม่สัมผัสพื้นเต็มหน้า → เบรกยาวขึ้น
-
รถไม่นิ่งเมื่อความเร็วเดินทางคงที่ 80–120 กม./ชม.
-
พวงมาลัยตอบสนองช้าลงในโค้ง
-
ดอกสึกไม่เท่ากัน (กินขอบ)
-
เสียงสั่นและดังเข้าห้องโดยสาร
ดังนั้นในปี 2026 ไม่ว่าคุณจะเดินทางสั้นหรือไกล
สิ่งที่สำคัญไม่ใช่แค่ “ทนสึก” แต่ต้อง ทนร้อนโดยไม่เสียทรง ด้วย
🧠 โครงสร้างยางที่ดี ต้องรักษาทรงดอกได้ แม้พื้นถนนร้อนจัด
การขับทางไกลในไทยโดยเฉพาะช่วงเทศกาล มีพฤติกรรมการใช้งานที่ทำให้ยางต้องรับมือกับ:
-
ความร้อนสะสมจากพื้นถนน
-
การเบรก–ออกตัวบ่อยในช่วงรถติด
-
โหลดผู้โดยสารและสัมภาระที่เพิ่มขึ้น
-
การเปลี่ยนเลนฉับไวเมื่อเจอรถหนาแน่น
-
สภาพพื้นถนนผสม ทั้งแห้ง–เปียก–ต่างระดับ–ลูกรังบางช่วง
ยางที่ไม่เสียทรง =
ยางที่ระบบเบรก ช่วงล่าง และพวงมาลัยจะทำงานได้เต็มที่สุด
🛞 รุ่นยาง NANKANG ที่ออกแบบมาให้ “ทนร้อนและนิ่งกว่าเดิม”
🚗 1) NANKANG NS-20 — ทางหลวงร้อน ๆ ก็ยังนิ่ง
-
ลดเสียงรบกวนและสั่นสะเทือนจากพื้นถนน
-
โครงสร้างช่วยให้ หน้ายางสัมผัสพื้นเต็มกว่า
-
รีดน้ำได้ไว เมื่อเจอถนนเปียกเป็นช่วง ๆ
-
ไม่ย้วยง่าย ในอุณหภูมิสะสมบนทางหลวง
เหมาะกับ: รถเก๋ง/ซีดาน/รถครอบครัวที่ขับไกลต่อเนื่อง
⚡ 2) NANKANG AS-2+ / AS-1 — โค้งบนเขาและเลนสลับไปมา ก็ไม่เสียฟีล
-
เกาะโค้งแม่นกว่าเดิม
-
เปลี่ยนทิศทางแล้ว ไม่แกว่งง่าย
-
ดอกยางยัง ไม่เสียทรงในโค้งต่อเนื่อง
-
เพิ่มความมั่นใจบนถนนแห้งและชื้นบางช่วง
เหมาะกับ: ซีดาน/SUV ที่ต้องเจอโค้งเยอะและเปลี่ยนเลนบ่อย
🏕️ 3) NANKANG AT-5+ — โหลดเต็มคัน + ถนนร้อน + พื้นผสม
-
แก้มยาง แข็งแรงขึ้น รองรับน้ำหนักสัมภาระ
-
ดอกยาง กระจายน้ำหนักดี
-
เกาะพื้นผิวผสมได้ ทั้งเรียบและลูกรัง
-
ฝนแทรกก็ยัง รีดน้ำได้ดี
-
วิ่งความเร็วเดินทางแล้ว ไม่ส่ายท้าย
เหมาะกับ: SUV/กระบะ/PPV ที่ต้องขนของเยอะและเจอหลายสภาพถนน
🧗 4) NANKANG R/T — ดอกแข็งแรงขึ้น = ไม่เสียทรงบนพื้นผิวผสม
-
โครงสร้างดอก ทนร้อน ทนสึก และรักษาทรงได้ดี
-
เกาะพื้นผิวผสม เช่น ถนนดินแน่น พื้นลื่นบางช่วง
-
สั่นน้อยกว่า MT เต็มตัว → ยังขับทางเรียบได้สบาย
-
ไม่ย้วยง่ายเมื่ออุณหภูมิสะสมสูงจากพื้นถนน
เหมาะกับ: กระบะ/PPV ที่วิ่งไกล + ลุยบางช่วง + เจอถนนร้อนจัด
⛰️ 5) NANKANG MT-1 — ทางโหดก็ยังนิ่ง แม้พื้นลื่นหรือขรุขระมาก
-
เกาะพื้นดีที่สุดเมื่อสภาพลื่นมาก
-
แก้มยางทนแรงกระแทกสูง
-
รักษาทรงได้ดีในพื้นดินนิ่ม/โคลน/หลุมโหด
-
ไม่บวมง่ายเมื่อแก้มกระแทก
เหมาะกับ: สายลุยที่ต้องเจอทางโหดจริง
❄️ อุณหภูมิเปลี่ยนไว แต่ถนนยัง “ร้อนสะสม”
ต่อให้คุณขับตอนเช้าอากาศเย็น แต่พอวิ่งเข้าสาย เที่ยง หรือบ่าย
พื้นถนนจะร้อนสะสม และทำให้ยางต้องทำงานหนักตลอด 5–8 ชม. ต่อเนื่อง
สิ่งที่ต้องระวัง:
-
ลมยาง “อ่อน” เกินไปจะยิ่งทำให้ ย้วยและเสียทรงเร็วขึ้น
-
โหลดหนักและถนนร้อน ทำให้ดอก สึกกินขอบไว
-
พวงมาลัยตอบช้าเมื่อยางเสียทรง → รถ ไม่แม่นโค้ง
-
เบรกฉุกเฉินแล้วยางไม่เกาะ → รถ ไหลต่อ
วิธีเตรียมยางที่ดีที่สุดคือ:
✔ เติมลมให้เหมาะกับโหลด
✔ ใช้ยางที่โครงสร้าง ไม่ย้วยง่ายและรีดน้ำไว
✔ เลือกรุ่นที่ เหมาะกับพื้นผิวที่ต้องเจอจริง
🎯 Key Summary
2026 ถนนจะร้อนแค่ไหน…ยางต้องไม่เสียทรง
เพราะเมื่อยาง “รักษาทรงดอกได้ดี” =
รถจะนิ่งกว่าเดิม เบรกมั่นคงกว่าเดิม และเข้าโค้งแม่นกว่าเดิม 🛣️⚡🔥
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการของ NANKANG ได้ที่
🔎 ค้นหายางที่เหมาะกับรถคุณ: https://nankangtire.in.th/products/1/list
🏪 รายชื่อศูนย์บริการทั่วประเทศ: https://nankangtire.in.th/branches/list
🎉 โปรโมชั่นล่าสุด: https://nankangtire.in.th/promotions/list
🗞️ ข่าวสารและกิจกรรม: https://nankangtire.in.th/news/list

