คำถามเรื่อง “ยางช่วยประหยัดน้ำมันได้จริงหรือไม่?” ถูกพูดถึงมานานในวงการผู้ใช้รถยนต์ไทย โดยเฉพาะในช่วงที่คนเริ่มวางแพลนเดินทางไกลและมองหาวิธีลดค่าใช้จ่ายตลอดทั้งปี ความเชื่อหนึ่งที่พบบ่อยคือ ถ้าเปลี่ยนเป็นยางดีขึ้น รถจะกินน้ำมันน้อยลงทันที ซึ่งมีทั้งส่วนที่จริงและไม่จริงปนกันอยู่
ความจริงพื้นฐานคือ ยาง ไม่ได้สร้างพลังงานหรือช่วยลดการเผาไหม้ในเครื่องยนต์โดยตรง แต่ยางสามารถช่วยให้ รถวิ่งได้ลื่นไหลขึ้น ใช้แรงหมุนน้อยลง และสูญเสียพลังงานระหว่างยางกับพื้นถนนลดลง ซึ่งส่งผลทางอ้อมต่ออัตราการกินน้ำมัน
⚙️ ปัจจัยของยางที่เกี่ยวกับการใช้พลังงานขณะวิ่ง
1. แรงต้านการหมุน (Rolling Resistance)
ขณะรถวิ่ง ยางจะเกิดการ “กด–คืนตัว” ซ้ำ ๆ ตามพื้นถนน ถ้าเนื้อยางแข็งหรือนิ่มเกินสมดุล จะทำให้ สูญเสียพลังงานมากขึ้น และต้องใช้แรงหมุนเพิ่ม → ส่งผลให้กินน้ำมันมากขึ้น
2. แรงดันลมยาง
ลมยางที่ “อ่อนเกินไป” เป็นตัวเร่งสำคัญที่ทำให้รถ กินน้ำมันมากขึ้นอย่างชัดเจน เพราะหน้ายางกดพื้นมากเกินจำเป็น ทำให้แรงต้านหมุนสูงขึ้น
ในทางกลับกัน ลมยางที่แข็งเกินไป อาจลดแรงต้านหมุนได้เล็กน้อย แต่จะ เสียการเกาะและความนิ่ง ทำให้ขับไม่สบายและไม่ปลอดภัย
3. รูปแบบดอกยาง
ดอกที่ออกแบบให้เหมาะกับ การวิ่งทางหลวงและพื้นถนนเรียบ/ชื้นเป็นช่วง ๆ จะช่วยให้
✔ รีดน้ำไวเมื่อถนนชื้น
✔ เสียงสั่นเข้าห้องโดยสารน้อยลง
✔ รถวิ่งนิ่งขึ้นในความเร็วเดินทาง
ซึ่งส่งผลให้การขับ ลื่นไหลและประหยัดแรง มากขึ้น
4. โครงสร้างแก้มยางและหน้ายาง
แก้มที่ ไม่ย้วยง่ายและออกแบบให้กระจายน้ำหนักดี จะช่วยให้
✔ รถไม่ยวบเมื่อบรรทุกหนัก
✔ ไม่สึกกินขอบเร็ว
✔ วิ่งนิ่งในความเร็วเดินทาง
ทำให้ ใช้แรงเครื่องยนต์น้อยลงในจังหวะคงที่ของการขับ
🚗 ยาง NANKANG กับคาแรกเตอร์ที่ส่งผลต่อการใช้พลังงานขณะวิ่ง
🛣️ NS-20 — โดดเด่นเรื่องการวิ่งลื่นไหลในทริปไกล
-
โครงสร้างออกแบบให้ รักษาการสัมผัสพื้นถนนได้สม่ำเสมอ
-
มีร่องดอกที่ช่วย รีดน้ำไวเมื่อเจอถนนชื้น/ฝนพรำ
-
ลดเสียงรบกวนจากพื้นถนน ทำให้ทริปทางหลวงไม่สั่นและไม่ดัง
-
หน้ายางไม่กดพื้นมากเกินไปในความเร็วเดินทาง → ช่วยให้ สูญเสียพลังงานขณะหมุนลดลง
เหมาะกับ: รถเก๋ง/ซีดาน/รถครอบครัวที่วิ่งไกลต่อเนื่อง
⛰️ R/T — Rugged Terrain ที่บาลานซ์การคืนตัวของยางในพื้นผิวผสม
-
ทนร้อนและรักษาทรงดอกได้ดี เมื่อวิ่งต่อเนื่องหลายชั่วโมง
-
โครงสร้างดอก แข็งแรงกว่าเดิมเมื่อเจอพื้นผิวถนนผสม
-
ไม่สั่นเท่า Mud-Terrain → ยังให้ ความสบายเมื่อวิ่งทางเรียบ
-
แก้มไม่ย้วยง่ายเมื่อร้อนสะสมสูง → ช่วยให้ รถไม่ต้องใช้แรงเครื่องยนต์มากเกินจำเป็น
เหมาะกับ: กระบะ/PPV ที่วิ่งไกลและอาจเจอพื้นผิวผสมบางช่วง
🌧️ AT-5+ — All-Terrain ที่ช่วยให้วิ่งนิ่งเมื่อบรรทุกหนัก
-
แก้มยาง แข็งแรงขึ้นและไม่ยวบง่าย
-
กระจายน้ำหนักดี → ไม่กินขอบเร็ว
-
วิ่งทางลูกรัง/ถนนชนบท/ต่างระดับได้ดี โดยยัง รีดน้ำไวเมื่อเจอฝนแทรก
-
โครงสร้างดอกช่วยให้ การกด–คืนตัวของยางเหมาะกับการวิ่งผิวผสม → ไม่สูญเสียพลังงานมากเกินไปเมื่อหมุน
เหมาะกับ: SUV/กระบะ/PPV ที่ขนของเยอะ
❗ สรุป: ยางช่วยประหยัดน้ำมันได้…แต่ไม่ใช่ทุกกรณี
✔ จริง – ถ้ายาง มีแรงต้านหมุนที่เหมาะสม โครงสร้างดอกคืนตัวบาลานซ์ดี และเติมลมถูกต้อง รถจะวิ่งลื่นขึ้น ใช้แรงคงที่น้อยลง → ส่งผลให้ประหยัดน้ำมันทางอ้อม
❌ ไม่จริง – ถ้าคิดว่าเปลี่ยนยางอย่างเดียวแล้วจะลดการเผาไหม้ในเครื่องยนต์โดยตรง หรือไม่ต้องสนใจแรงดันลม → แบบนั้น ไม่ช่วยประหยัดจริง และอาจเสี่ยงอันตราย
🧭 Checklist เสริมการประหยัดพลังงานขณะวิ่งให้ได้ผลในปี 2026
-
เติมลมยางให้ “เหมาะกับน้ำหนักบรรทุกและลักษณะถนน”
-
เลือกรุ่นยางให้ “เหมาะกับเส้นทางที่เจอจริง”
-
ยางต้อง รีดน้ำไวเมื่อถนนชื้น/ฝนแทรก
-
แก้มต้อง ไม่ยวบเมื่อร้อนสะสม
-
ดอกต้อง ไม่กินขอบไวเพราะกระจายน้ำหนักไม่ดี
🎯 Takeaway
ปี 2026 การประหยัดน้ำมันที่ได้ผล ไม่ได้เกิดจากการเลือกยางที่ “ดีที่สุดในโบรชัวร์”
แต่เกิดจากการเลือกยางที่ “ถูกประเภทกับการใช้งานจริง และตั้งค่าแรงดันลมให้ถูกต้อง” มากที่สุด
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการของ NANKANG ได้ที่
🔎 ค้นหายางที่เหมาะกับรถคุณ: https://nankangtire.in.th/products/1/list
🏪 รายชื่อศูนย์บริการทั่วประเทศ: https://nANKANGtire.in.th/branches/list
🎉 โปรโมชั่นล่าสุด: https://nANKANGtire.in.th/promotions/list
🗞️ ข่าวสารและกิจกรรม: https://nANKANGtire.in.th/news/list

