รถฟลีท/รถเช่าต้องพร้อมใช้งานตลอดเวลา การดูแลยางให้ถูกและเร็วคือจุดต่างระหว่าง “วิ่งงานได้เนียน” กับ “เสียเวลาหน้างาน–อุบัติเหตุ–ค่าเปลี่ยนยางก่อนกำหนด” คู่มือนี้คือ มาตรฐานปฏิบัติ (SOP) แบบยืนพื้น 3 นาที/คัน ที่ทำได้จริงหน้าลานก่อนปล่อยรถ พร้อมฟอร์มบันทึกและเกณฑ์ตัดสินใจซ่อม–เปลี่ยน
1) SOP 3 นาที ก่อนออกงาน (ทำตามลำดับนี้)
นาทีที่ 0–1: เดินตรวจ 360°
-
มอง แก้มยาง: บวม/ปูด/ฉีก = ห้ามปล่อยรถ
-
มอง หน้ายาง: ตะปู/บาดลึก/ร่องดอกติดหิน → คีบออก (ถ้ารั่วให้ปะฉุกเฉินแล้วส่งเข้าศูนย์)
-
มอง ล้อ: ขอบล้อบิ่น/คด, ฝาวาล์วหาย → จดไว้
นาทีที่ 1–2: วัดแรงดันเร็ว (Spot check)
-
ใช้ เกจดิจิทัล วัด 2 ล้อหน้าเป็นอย่างน้อย (ดีที่สุดคือครบ 4)
-
เกณฑ์ผ่าน: ต้องอยู่ในช่วง สเปกรถ ±2 PSI ตอนยางเย็น
-
ถ้าต่ำกว่ามาก ≥ 3–5 PSI: เติมให้สเปกและ ติดสติ๊กเกอร์ติดตาม (ต้องเช็กซ้ำหลังจบทริป)
นาทีที่ 2–3: เอกสาร & อาการ
-
คนขับลอง กลิ้งช้า ๆ 10–20 กม./ชม. ฟังเสียง “ครืด/ฮัมผิดปกติ”
-
ลงบันทึก ไมล์เริ่มต้น–ค่า PSI–หมายเหตุอาการ ลงฟอร์ม/QR ฟอร์ม
2) ฟอร์มบันทึก (ตัวอย่างกรอกไว)
-
วันที่/เวลา: ____ ทีม: ____ คนขับ: ____
-
ทะเบียน: ____ ไมล์เริ่ม: ____
-
PSI หน้า L/R: ____ / ____ หลัง L/R: ____ / ____
-
สภาพ: แก้มยาง (ปกติ/บวม/ฉีก) ___ หน้ายาง (ปกติ/ตะปู/บาด) ___
-
อาการทดลองกลิ้ง: (ปกติ/ฮัม/สั่น/ครืด) ___
-
สถานะปล่อยรถ: ผ่าน / ติดตาม / งดปล่อย (เหตุผล: ______)
ใช้ QR เชื่อม Google Sheet/ระบบภายใน เพื่อติดตามแนวโน้ม PSI รั่วซ้ำ/รถสั่นซ้ำรายคัน
3) เกณฑ์ “งดปล่อยรถทันที”
-
แก้มยางบวม/ฉีก/เห็นเส้นลวด
-
แรงดันต่ำกว่าสเปก ≥ 10 PSI หลังเติมยังร่วง → มีรั่วชัดเจน
-
ล้อคดหนัก/หน้ายางบาดลึก เห็นผ้าใบ/ลวด
-
สั่น/ครืดแรง ตั้งแต่ความเร็วต่ำ
4) เวิร์กโฟลว์ระหว่างวัน (สำหรับคนขับ)
-
TPMS เตือน: จอดปลอดภัย → วัดจริง → ถ้ารั่วช้าและแผลอยู่ หน้ายาง ให้ปะฉุกเฉินชั่วคราว + เติมลมตามสเปก → เข้าศูนย์ใกล้สุด
-
ตกหลุมแรง: ลดความเร็ว → เข้าจุดปลอดภัย → ตรวจแก้ม/ขอบล้อ → มีสั่นที่ 80–100 กม./ชม. ให้เปลี่ยนเส้นทางเข้าศูนย์ตรวจ ถ่วงล้อ–ตั้งศูนย์
-
ฝนหนัก/น้ำขัง: ลดความเร็วทันที, เพิ่มระยะตามหลัง, ห้ามปล่อยลม เพื่อ “ให้นุ่ม”
5) แผนบำรุงตามระยะ (Fleet Maintenance Matrix)
-
เช็กลม & 360°: ทุกวันก่อนปล่อยรถ
-
สลับยาง + ถ่วงล้อ: ทุก 8,000–10,000 กม. หรือ 6–8 สัปดาห์
-
ตั้งศูนย์: ทุก 10,000–15,000 กม. หรือทันทีที่มีอาการดึง/เอียง/สึกข้างเดียว
-
ตรวจล้อคด/ริมรั่ว: ทุกครั้งหลังชนหลุมแรง/มีสั่นเฉพาะช่วงความเร็ว
-
บันทึกดอกยาง: วัดความลึกอย่างน้อย 3 จุด/เส้น ทุก 2 เดือน
6) อะไหล่–อุปกรณ์ที่ฟลีท “ต้องมี” (คันกลางถึงคันใหญ่)
-
ปั๊มลม 12V ความเร็วสูง + เกจดิจิทัล
-
ชุดปะหน้ายางฉุกเฉิน (string plug) + มีด/คีม
-
ล้ออะไหล่ที่สภาพพร้อม (ตรวจ PSI รายเดือน)
-
ไฟฉาย, เสื้อสะท้อนแสง, กรวยพับ
-
ชุดเปลี่ยนล้อครบ รวมกุญแจน็อตกันขโมย (ถ้ามี)
7) การเลือกยางสำหรับฟลีท: หลัก 3S
-
Safety: LI/Speed Rating ≥ สเปกรถ, รีดน้ำดีบนเมือง–ไฮเวย์
-
Silence: เสียงต่ำ ลดความล้า/ปัญหาเครมเรื่องเสียง
-
Savings: ทนสึก–ผิวสัมผัสดี → ยืดอายุ/ลดค่ายางต่อกม.
จัดซื้อให้คงรุ่น/ขนาดให้มากที่สุด ลดความซับซ้อนอะไหล่–สต็อก
8) ตัวชี้วัด (KPI) ระดับทีม
-
Downtime จากยาง: < 1 เหตุ/100 คัน-เดือน
-
ค่ายาง/กม. (ชุด/ระยะจริง): ลดลงอย่างน้อย 10–20% หลังใช้ SOP 2 ไตรมาส
-
เหตุเตือน TPMS ที่แก้ไม่ถูกวิธี: = 0 (งดรีเซ็ตกลบสัญญาณ)
9) FAQ (สั้น–เคลียร์)
-
Q: เติมลมแข็งกว่าสเปกเพื่อประหยัดได้ไหม?
A: ไม่แนะนำ แข็งเกินทำให้สึกกลางและเกาะเปียกแย่ ยึดสเปกผู้ผลิตดีที่สุด -
Q: ปะแก้มยางได้ไหมเพื่อรีบปล่อยรถ?
A: ห้าม ต้องเปลี่ยนเส้นใหม่เพื่อความปลอดภัย -
Q: ต้องตั้งศูนย์ทุกครั้งหลังสลับยางไหม?
A: ไม่จำเป็นเสมอไป แต่ถ้าเห็นการสึกไม่เสมอ/พวงมาลัยเอียง ให้ตั้งทันที
เช็กลิสต์ติดกระจกหน้ารถทุกคัน (ฉบับ 3 นาที)
-
เดินรอบคัน: แก้มไม่บวม/หน้ายางไม่มีบาดลึก
-
PSI = สเปกรถ (±2 PSI) / ฝาวาล์วครบ
-
กลิ้งทดสอบ: ไม่มีเสียงครืด/สั่นผิดปกติ
-
บันทึกไมล์–PSI–สถานะปล่อยรถในฟอร์ม
-
สติ๊กเกอร์ติดตาม (ถ้ามีเหตุ) ติดแล้วแจ้งหัวหน้า
สรุป: ฟลีทที่นิ่งและคุ้ม เริ่มจากวินัย 3 นาทีต่อคัน + บันทึกสม่ำเสมอ + เกณฑ์ “งดปล่อยรถ” ที่ชัดเจน ทำครบจะลดเหตุยางฉุกเฉินลงอย่างมาก ยืดอายุยาง และคุมต้นทุนต่อกม. ได้แบบจับต้องได้
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการของ NANKANG ได้ที่
🔎 ค้นหายางที่เหมาะกับรถคุณ: https://nankangtire.in.th/products/1/list
🏪 รายชื่อศูนย์บริการทั่วประเทศ: https://nankangtire.in.th/branches/list
🎉 โปรโมชั่นล่าสุด: https://nankangtire.in.th/promotions/list
🗞️ ข่าวสารและกิจกรรม: https://nankangtire.in.th/news/list

