เพิ่งเปลี่ยนยางใหม่ หลายคนยังไม่แน่ใจว่ายาง “เข้าที่” ดีหรือยัง—ถ่วงเนียนไหม ตั้งศูนย์ตรงหรือเปล่า เสียงเงียบขึ้นแค่ไหน บทความนี้คือ คู่มือทดลองขับ 15–20 นาที ที่ทำให้คุณประเมินได้ครบทั้ง “นิ่ง–เงียบ–เกาะ” พร้อมเกณฑ์ตัดสินใจว่าควรกลับไปร้านแก้จุดไหน
1) เตรียมตัวก่อนออกลอง (2 นาที)
-
วัด แรงดันลม ตอนยางเย็นให้ตรงสเปกรถ (หน้า/หลัง)
-
ตรวจ Outside/Inside / Rotation ถูกด้าน
-
เช็กน็อตล้อ “แรงบิดตามสเปก” (ให้ช่างขัน)
-
เลือกเวลา รถน้อย–ลมสงบ–ไม่มีฝนหนัก
2) เส้นทางทดสอบ 3 ผิว (จบใน 15–20 นาที)
-
ผิวเรียบสนิท (แอสฟัลต์ใหม่/ทางด่วนช่วงดี)
-
ความเร็ว 60 → 80 → 100 กม./ชม.
-
ฟัง “ฮัม/หวีด” และดูอาการสั่นพวงมาลัย
-
-
ผิวหยาบ/คอนกรีตต่อรอยถี่
-
ความเร็วคงที่ 60–80 กม./ชม.
-
เช็กเสียงยางบนผิวหยาบและการกรองแรงสะเทือน
-
-
รอยต่อสะพาน/ลูกระนาดเตี้ย
-
ผ่านที่ 15–25 กม./ชม. ล้อตรง–นิ่ง
-
สังเกตแรงกระแทก–เสียงครืดผิดปกติ
-
ถ้ามีถนนเปียก/น้ำขังตื้น ๆ ให้ทดสอบเพิ่มด้วยความเร็วต่ำ (40–60 กม./ชม.) เพื่อเช็กการรีดน้ำและพวงมาลัยนิ่ง
3) สิ่งที่ควรรู้: “ยางใหม่” ต้องการช่วง Run-in
-
100–300 กม. แรก ผิวหน้ายางยังมี สารหล่อแบบ/คมดอกยังไม่ “เปิด”
-
ระหว่าง run-in ให้ ขับนุ่ม–เลี่ยงเบรกหนัก/โค้งแรง เพื่อให้ดอกเข้ารูปและเสียงนิ่งที่สุด
4) เช็กลิสต์ “นิ่ง–เงียบ–เกาะ” (ติ๊กไปทีละข้อ)
A) ความนิ่ง (Straight-line stability)
-
80–100 กม./ชม. พวงมาลัย ไม่สั่นเป็นช่วง
-
รถ ไม่ดึงซ้าย/ขวา เมื่อวิ่งทางราบ
-
เบรกจาก 100 → 60 กม./ชม. รถยังทรงทิศทางดี
พบอาการ:
-
สั่นที่ช่วงความเร็วใดช่วงหนึ่ง → ถ่วงล้อ ใหม่ / ตรวจล้อคด
-
ดึงซ้าย–ขวา / พวงมาลัยเอียง → ตั้งศูนย์ ใหม่ / ตรวจแรงดันซ้าย–ขวา
B) ความเงียบ (Noise/Vibration)
-
บนผิวเรียบ เสียงฮัมต่ำกว่ายางเก่าอย่างชัดเจน
-
บนคอนกรีต/ผิวหยาบ ไม่มีเสียงหวีดแหลม รำคาญ
-
ผ่านรอยต่อ สะเทือน “กึ๊งเดียว” ไม่กระพือหลายจังหวะ
พบอาการ:
-
ฮัมเป็นจังหวะตามความเร็ว → ตรวจ ลอนสึกจากยางเก่า ที่ย้ายตำแหน่ง / ถ่วงล้อ
-
หวีดแหลมบนพื้นหยาบ → บางรุ่นเป็นคาแรกเตอร์ดอก แต่ถ้า “ดังผิดปกติ” ให้ให้ช่างลองสลับเพลาเพื่อเทียบ
C) การยึดเกาะ/ควบคุม (Grip/Handling)
-
เข้า–ออกโค้งกว้าง 60–80 กม./ชม. รถนิ่ง ไม่โยน
-
พวงมาลัยมีแรงต้าน “กำลังดี” และ คืนศูนย์เป็นธรรมชาติ
-
ถนนเปียกตื้น ๆ พวงมาลัยไม่ “ลอยเบา/ดึงน้ำ”
พบอาการ:
-
ไถลง่าย/ท้ายไว → เช็กลมยางต่ำไปหรือไม่ / ตั้งศูนย์
-
คืนศูนย์ฝืด/ช้า → ตรวจ แคสเตอร์ และชิ้นส่วนช่วงล่าง
5) ทดสอบสั้น ๆ ที่ได้ผลมาก
-
เลนเชนจ์นุ่ม ๆ 70 กม./ชม. บนผิวเรียบ → ดูการทรงตัว
-
Coast-down ปล่อยคันเร่งจาก 90 → 70 กม./ชม. → ฟังเสียงฮัมแปลก ๆ
-
เบรกกะทันหัน (พื้นที่ปลอดภัย) จาก 60 กม./ชม. → ดูระยะหยุด/เสถียรภาพ (อย่าทำบนถนนสาธารณะคับคั่ง)
6) เมื่อไหร่ควร “กลับร้าน”
-
สั่นชัดเจนที่ช่วงความเร็วแน่นอน (แม้ผ่าน run-in แล้ว) → ถ่วงล้อ/ตรวจล้อคด
-
รถดึง/พวงมาลัยเอียง → ตั้งศูนย์ พร้อมใบรายงานค่า “เขียว”
-
เสียงหวีด/ฮัมดังผิดปกติ → ให้ร้าน สลับเพลาเทียบ และตรวจแรงดัน–ตะกั่วถ่วง
7) เคล็ดลับทำให้ผลทดสอบ “แฟร์” และเที่ยงตรง
-
ปิดเครื่องเสียง/แอร์เบาสุดช่วงฟังเสียง
-
นั่ง คนเดียว/น้ำหนักใกล้เคียงจริง ทุกครั้งที่เทสต์
-
ใช้ เส้นทางเดิม เทียบก่อน–หลัง จะเห็นความต่างชัด
8) ไทม์ไลน์หลังเปลี่ยนยาง
-
วันแรก–สัปดาห์แรก: เทสต์ + ขับ run-in นุ่ม ๆ
-
2 สัปดาห์: วัด PSI ตอนยางเย็น 2–3 ครั้ง / ฟังเสียง–สั่นซ้ำ
-
8,000–10,000 กม.: สลับยาง + ถ่วงล้อ / ตั้งศูนย์ถ้ามีอาการ
สรุป: ทดลองขับให้เป็น = จับผิดได้ถูกจุดตั้งแต่วันแรก ยางใหม่ที่ “นิ่ง–เงียบ–เกาะ” จะทำให้คุณมั่นใจและคุ้มค่ามากขึ้นทันที หากเจออาการผิดปกติ ให้กลับร้านแก้ให้จบ—ยิ่งเร็วยิ่งง่ายและไม่ลุกลาม
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการของ NANKANG ได้ที่
🔎 ค้นหายางที่เหมาะกับรถคุณ: https://nankangtire.in.th/products/1/list
🏪 รายชื่อศูนย์บริการทั่วประเทศ: https://nankangtire.in.th/branches/list
🎉 โปรโมชั่นล่าสุด: https://nankangtire.in.th/promotions/list
🗞️ ข่าวสารและกิจกรรม: https://nankangtire.in.th/news/list

