เหตุ “ยางแตก” เกิดขึ้นได้แม้ดูแลดี—ตะปู, ขอบหลุม, เศษโลหะ หรือยางเสื่อมกะทันหัน คู่มือนี้สรุปตั้งแต่วินาทีแรกที่แตกจนถึงการเปลี่ยนล้อ/เรียกช่วยเหลือ ให้คุณ คุมรถ–พาคนในรถให้ปลอดภัย เป็นอันดับแรก
1) วินาทีแรกที่ “ปั้ง!” (0–10 วินาที)
-
จับพวงมาลัยให้มั่น รักษารถให้ ตรง
-
ยกเท้าออกจากคันเร่ง ค่อย ๆ ลดความเร็วด้วยแรงต้านเครื่อง (อย่าเบรกทันที)
-
ถ้าจำเป็นต้องเบรก ให้ แตะเบรกเบา ๆ เป็นจังหวะ หลังความเร็ว < 80 กม./ชม.
-
เปิดไฟฉุกเฉิน ตั้งแต่เริ่มควบคุมได้
อย่าหักหลบแรง ๆ แม้ล้อแตกด้านซ้าย/ขวาจะดึง—ให้ “ประคองตรง” แล้วค่อยเปลี่ยนเลนแบบค่อยเป็นค่อยไป
2) เลือกจุดจอด “ที่ปลอดภัยกว่า”
-
เล็ง ไหล่ทาง/จุดฉุกเฉิน ที่ไกลพอจากเลนวิ่ง (อย่างน้อยทั้งคันพ้นเส้น)
-
จอดให้ ล้อที่แตกอยู่ด้านนอกตัวถนน ถ้าเลือกได้ เพื่อความปลอดภัยตอนทำงาน
-
กลางคืน/ฝนตก: เลือกจุด สว่าง/เห็นชัด มาก่อนใกล้
3) ตั้ง “โหมดปลอดภัย” รอบรถ
-
เปิด ไฟฉุกเฉิน ต่อเนื่อง
-
สวม เสื้อสะท้อนแสง ออกจากรถทางฝั่งที่ ไกลการจราจร
-
วาง กรวย/สามเหลี่ยม ห่างท้ายรถ 50–100 ม. (เพิ่มระยะในทางโค้ง/มืด)
-
ผู้โดยสารยืน หลังราวกันตก/นอกไหล่ทาง ไม่เกาะขอบรถ
4) ตัดสินใจ: เปลี่ยนล้อเอง หรือเรียกช่วยเหลือ?
เปลี่ยนเองได้ เมื่อ:
-
มี ล้ออะไหล่พร้อมใช้ + เครื่องมือครบ + ไหล่ทางกว้าง ปลอดภัยพอ
-
ยางแตกที่ หน้ายาง และล้อ–ดุม–น็อตอยู่ในสภาพทำงานได้
เรียกช่วยเหลือ/รถยก เมื่อ:
-
จอดในจุดแคบ/อันตราย, ฝนหนัก–กลางคืนมืด, หรือ ล้อ/ดุมพัง
-
รถไม่มีอะไหล่/เป็น ชุดซ่อมฉุกเฉิน อย่างเดียว, หรือเป็น EV ที่ไม่มีจุดยกรถสะดวก
5) ขั้นตอนเปลี่ยนล้อฉุกเฉิน (ย่อ แต่ครบ)
-
ดึงเบรกมือ/เข้าเกียร์ P (หรือเกียร์ 1)
-
บล็อกล้อฝั่งตรงข้าม ด้วยก้อนยาง/หิน/บล็อกไม้ กันรถไหล
-
คลายน็อต ครึ่งรอบ–1 รอบ ก่อนยกรถ (อย่าคลายตอนยกรถ)
-
วาง แม่แรงที่จุดยกตามคู่มือ แล้วยกจนล้อลอยเล็กน้อย
-
ถอดล้อ–ใส่ ล้ออะไหล่ เข้าที่ มือหมุนน็อตให้แน่นพอประมาณแบบสลับดาว
-
ลดแม่แรงลง → ขันน็อตตามแรงบิดสเปก (ถ้ามีประแจปอนด์) หรือขันแน่นสลับดาวอีกครั้ง
-
เก็บอุปกรณ์–ยางเสีย–เอากรวย/สามเหลี่ยมกลับ
Space-saver (อะไหล่แคบ): จำกัดความเร็ว ~80 กม./ชม. และวิ่งระยะสั้น ตรงไปศูนย์/ร้านยาง
6) ถ้า “แตก–บาด–บวม” แบบใช้ต่อไม่ได้
-
แก้มยางฉีก/บวม: ห้ามปะ เปลี่ยนยางเท่านั้น
-
ล้อคด/ขอบบิ่น: อย่าวิ่งเร็ว—เรียกช่วยเหลือหรือวิ่งช้าไปจุดบริการใกล้สุด
-
ไม่มีอะไหล่ แต่เป็น รั่วช้า (ลมยังพอมี) และแผลอยู่ หน้ายาง: ใช้ ชุดปะใส้ไส้ ชั่วคราว + เติมลม ตามสเปก เพื่อพาเข้าศูนย์ (ถ้าปลอดภัยและทำได้เท่านั้น)
7) ทำไม “อย่าเบรกแรง” ตอนยางแตก?
-
ยางที่แตกเสียรูปมาก การเบรกแรงจะ ถ่ายน้ำหนักฉับพลัน จนรถเหวี่ยง/ควบคุมยาก
-
ปล่อยคันเร่งให้เครื่องหน่วงและ ค่อย ๆ เบรก คือทางที่ปลอดภัยกว่า โดยเฉพาะยางหน้าข้างเดียวแตก
8) หลังเหตุการณ์: ตรวจ–ซ่อมให้จบ
-
ตรวจ ล้อ/ดุม/จานเบรก/บูช ที่รับแรงกระแทก
-
ถ่วงล้อ–ตั้งศูนย์ หลังเปลี่ยนยาง/โดนแรง เพื่อคืนความนิ่ง
-
เก็บ รูป/โลเคชัน จุดเกิดเหตุ เผื่อเคลมประกัน/หน่วยงานทางด่วน
9) ชุดยังชีพที่ควรมีติดรถเสมอ
-
ล้ออะไหล่พร้อมลม, แม่แรง, ประแจ, กุญแจน็อตกันขโมย (ถ้ามี)
-
กรวยพับ/สามเหลี่ยมสะท้อนแสง, เสื้อสะท้อนแสง, ไฟฉาย
-
ปั๊มลม 12V + เกจดิจิทัล, ชุดปะหน้ายาง (ใส้ไส้)
-
ถุงมือหนา + บล็อกยางกันรถไหล
10) ป้องกันไว้ก่อน เพื่อลดโอกาส “แตกจริง”
-
PSI ตามสเปกรถ (ยางเย็น) เสมอ
-
เลี่ยงวิ่งทับเศษชิ้นส่วน/รอยต่อโลหะ/หลุมลึก–คม
-
เปลี่ยนยางเมื่อ ดอกถึง TWI / อายุแตะ 5–6 ปี / แก้มเริ่มแตกลายงา
-
ขับผ่านลูกระนาด/คอสะพาน ล้อตรง–ความเร็วต่ำ ลดแรงบีบขอบล้อ
เช็กลิสต์ 30 วิ จำขึ้นใจ
-
จับพวงมาลัยมั่น–ปล่อยคันเร่ง–อย่าเบรกแรง
-
เปิดไฟฉุกเฉิน–เลี้ยวเข้าจุดปลอดภัย
-
ตั้งกรวย/สามเหลี่ยม–ยืนหลังราวกันตก
-
เปลี่ยนล้อได้? → ทำตามขั้นตอน / ไม่ได้? → เรียกช่วยเหลือ
-
หลังจบเหตุ → ถ่วงล้อ–ตั้งศูนย์–ตรวจช่วงล่าง
สรุป: ชนะเหตุยางแตกได้ด้วย “สติ + ลำดับที่ถูก” คือ คุมทิศทางก่อน–หาที่จอดปลอดภัย–ค่อยแก้ปัญหา ทำตามนี้ลดความเสี่ยงอุบัติเหตุซ้ำ และให้รถกลับมานิ่งปลอดภัยได้เร็วที่สุด
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการของ NANKANG ได้ที่
🔎 ค้นหายางที่เหมาะกับรถคุณ: https://nankangtire.in.th/products/1/list
🏪 รายชื่อศูนย์บริการทั่วประเทศ: https://nankangtire.in.th/branches/list
🎉 โปรโมชั่นล่าสุด: https://nankangtire.in.th/promotions/list
🗞️ ข่าวสารและกิจกรรม: https://nankangtire.in.th/news/list

