สินค้า รุ่นยาง โปรโมชั่น ความรู้ผลิตภัณฑ์ ข่าวสาร ค้นหาสาขา เกี่ยวกับเรา
ฝนตกหนัก แค่เบรกดี ๆ ก็พอ? เข้าใจผิดใหญ่เรื่องเหินน้ำ

ฝนตกหนัก แค่เบรกดี ๆ ก็พอ? เข้าใจผิดใหญ่เรื่องเหินน้ำ

หลายคนคิดว่าเวลาฝนตกหนัก แค่ “ขับช้า แล้วเบรกดี ๆ” ก็เอาอยู่… แต่ความจริงแล้ว อาการเหินน้ำ (Hydroplaning) เกิดขึ้นได้แม้คุณจะระวังมากแค่ไหน ถ้า “ความเร็ว–ปริมาณน้ำ–สภาพยาง–แรงดันลม–ผิวถนน” ไปเจอกันพอดี ล้อจะ ลอยบนฟิล์มน้ำ หน้าสัมผัสไม่แตะพื้น ทำให้ เบรกไม่อยู่ เลี้ยวไม่ไป ระบบช่วยเหลือทำงานได้จำกัด บทความนี้สรุปให้ครบ: ทำไมแค่เบรกดี ๆ ไม่พอ, ป้องกันอย่างไรตั้งแต่ก่อนออกตัว, และควบคุมรถยังไงเมื่อเริ่มลอยน้ำ ✅

 

เหินน้ำคืออะไร ทำไมเบรกเก่งก็ช่วยไม่ได้? 🤔

เมื่อความเร็วรถสูงพอกับปริมาณน้ำบนถนน ร่องดอกรีดน้ำไม่ทัน น้ำจึงแทรกระหว่างยางกับผิวถนน กลายเป็นชั้นบาง ๆ ที่ยกหน้ายางให้ ลอย ขึ้นมา

  • เบรกไม่อยู่: เพราะหน้ายางไม่ได้จับพื้นจริง ระบบ ABS ช่วยไม่ให้ล้อล็อก แต่ก็ไม่สามารถสร้างแรงเสียดทานที่ “ไม่มีอยู่” ได้

  • เลี้ยวไม่ไป: พวงมาลัยเบา/ลอยเพราะหน้ายาง “เซิร์ฟบนผิวน้ำ”

  • ระบบ ESC/Traction Limit: มีประโยชน์เมื่อ “ยังมีการยึดเกาะบ้าง” แต่ถ้าลอยทั้งแผง ประสิทธิภาพจะจำกัดมาก

สรุป: เบรกดีอย่างเดียว “ไม่พอ” ถ้าเข้าเงื่อนไขเหินน้ำ ต้อง ป้องกันก่อนเกิด และ รู้วิธีรับมือ เมื่อเริ่มลอย

 

5 เงื่อนไขเสี่ยงเหินน้ำ (ต่อให้คุณขับระวัง) 🔎

  1. ความเร็ว: ยิ่งเร็ว น้ำยิ่งรีดไม่ทัน โดยเฉพาะ >80 กม./ชม. บนผิวน้ำขัง

  2. ปริมาณน้ำ: แอ่งน้ำยาว/ร่องน้ำบนเลนซ้าย–ขวา–กลางถนน เสี่ยงมาก

  3. ความลึกดอกยาง: ดอกตื้น (ใกล้แท่ง TWI หรือ ~2–3 มม.) = ความสามารถรีดน้ำลดฮวบ

  4. แรงดันลมผิด: ลมน้อย → หน้ายางบิด รีดน้ำช้า / ลมเกิน → หน้าสัมผัสแคบ รีดน้ำไม่เต็มหน้า

  5. สิ่งสกปรกในร่องดอก: โคลน/ทรายอุดร่อง = ช่องรีดน้ำหายไปครึ่งหนึ่งโดยไม่รู้ตัว

 

ป้องกันก่อนออกตัว: เช็กรถ 5 นาที คุ้มที่สุด ⏱️

  • แรงดันลม “ตอนยางเย็น” ให้ตรงสเปกผู้ผลิตรถ (ดูสติกเกอร์เสาประตูฝั่งคนขับ)

  • ดอกยาง อย่างน้อย ~3 มม. ขึ้นไป หากใกล้ TWI ให้วางแผนเปลี่ยนเร็ว ๆ

  • ทำความสะอาดร่องดอก หลังลุยโคลน/ทราย

  • ตั้งศูนย์–ถ่วงล้อ ให้เรียบร้อย รถนิ่ง = เพิ่มสมดุลเมื่อต้องเบรกบนพื้นเปียก

  • ที่ปัดน้ำฝน–น้ำฉีดกระจก–ไฟหน้า/ไฟท้าย ต้องพร้อม เพื่อ “เห็นก่อน–ตัดสินใจก่อน”

 

เทคนิคขับบนถนนเปียก: 9 ข้อที่ช่วยลดโอกาสเหินน้ำ 🧭

  1. ลดความเร็วตั้งแต่ต้น เมื่อเห็นฝนหนัก/น้ำขัง อย่ารอให้เจอแอ่งแล้วค่อยผ่อน

  2. เพิ่มระยะตาม อย่างน้อย 3–5 ช่องรถ ลดความจำเป็นต้องเบรกแรง

  3. คุมคันเร่งนุ่ม ๆ ขึ้นคันเร่ง–ปล่อยคันเร่งให้ต่อเนื่อง ไม่หักเลี้ยวฉับพลัน

  4. เลี่ยงเลนที่มี “ร่องน้ำยาว” ถ้าปลอดภัย ให้เปลี่ยนเลนที่แห้งกว่า/มีการระบายน้ำดี

  5. อย่าใช้ Cruise Control ในฝนหนัก เพราะระบบจะคุมความเร็วคงที่ ทำให้ตอบสนองต่อผิวน้ำช้ากว่าคนขับ

  6. ผ่านแอ่งน้ำให้ “ตรง–นิ่ง” ไม่บิดพวงมาลัยระหว่างลุย หลีกการเบรกแรง

  7. ไม่ขับชิดริมถนนเกินไป ที่น้ำท่วมขังสูงและมีฝาท่อ/ร่องลึก

  8. หลีกเลี่ยงคันหน้าที่สาดน้ำท่วมกระจก เพราะทำให้ทัศนวิสัยหายไปช่วงสำคัญ

  9. เปิดไฟหน้าเสมอ ให้คนอื่นเห็นรถคุณ (กลางวันก็ช่วยมาก)

 

ถ้าเริ่ม “ลอยน้ำ” แล้วควรทำอย่างไร? (How to Recover) 🆘

  • จับพวงมาลัยให้ตรง มองไกลไปทางที่ต้องการไป อย่าบิดหรือหักแก้มาก

  • ผ่อนคันเร่งช้า ๆ ให้ความเร็วลดเองเพื่อให้หน้ายางกลับแตะพื้น

  • หลีกเลี่ยงแตะเบรกหนัก หากจำเป็นให้แตะเบรกเบา ๆ และเป็นจังหวะ (สำหรับรถส่วนใหญ่ ABS จะช่วยเมื่อยางแตะพื้น)

  • อย่าตกใจหักหลบ เพราะจะทำให้รถเสียสมดุลเมื่อยางกลับมาเกาะพื้นกะทันหัน

จำง่าย ๆ: ตรง—นิ่ง—ผ่อน (ตรงพวงมาลัย, นิ่งมือ/เท้า, ผ่อนคันเร่ง)

 

ความเข้าใจผิดยอดฮิตเรื่องฝน–เหินน้ำ 🧠

  1. “ดอกยังลึก ขับเร็วได้นิดหน่อย” → ❌ ปริมาณน้ำ+สภาพถนนก็สำคัญ ดอกลึกอย่างเดียวไม่พอ

  2. “ยางแพง = ปลอดภัยกว่าเสมอในฝน” → ❌ ประสิทธิภาพฝนขึ้นกับหลายปัจจัย รวมถึง แรงดันลมที่ถูกต้อง และสภาพจริงของยาง

  3. “ใช้ TPMS แล้วไม่ต้องห่วง” → ❌ TPMS เตือนตอน “ผิดปกติมาก” แต่ไม่ได้บอกว่าคุณอยู่ในค่าที่เหมาะที่สุดสำหรับฝน

  4. “ขับช้าแล้วเบรกแรง ๆ เอาอยู่” → ❌ ถ้าเหินน้ำ เบรกแรงไม่ช่วย รถยังลอยอยู่บนฟิล์มน้ำ

  5. “เกียร์ต่ำช่วยมากเสมอ” → ⚠️ ช่วย “คุมความเร็ว” ได้ แต่ถ้าเกียร์ต่ำแล้วเผลอเร่ง–ปล่อยฉับพลัน ก็เสียการทรงตัวได้

 

เช็กลิสต์ 30 วินาทีก่อน/ระหว่างฝนตก ✔️

  • ความเร็วต่ำลงกว่าปกติอย่างชัดเจน

  • ระยะตามเพิ่ม 1–2 เท่าจากถนนแห้ง

  • ไม่ใช้ Cruise Control

  • พวงมาลัย–คันเร่ง–เบรก = นุ่มและต่อเนื่อง

  • มองไกล เลือกเลนที่น้ำไม่ขังยาว

  • ถ้าพวงมาลัยเริ่ม “ลอย–เบา” → ผ่อนคันเร่ง ตรงไว้

 

ดูแลยางแบบยั่งยืน = ปลอดภัยในหน้าฝนตลอดฤดู 🌱

  • เช็กลมทุก 2–4 สัปดาห์ (ตอนยางเย็น) และ ก่อนทริปทางไกล

  • สลับยางทุก 8,000–10,000 กม. เพื่อให้รีดน้ำสม่ำเสมอทั้งสี่เส้น

  • ตั้งศูนย์–ถ่วงล้อ เมื่อมีอาการเอียง/สั่น เพื่อการสัมผัสถนนที่เต็มหน้า

  • ล้างร่องดอกหลังลุยโคลน/ทราย ร่องสะอาด = รีดน้ำเต็มประสิทธิภาพ

  • เปลี่ยนยางเมื่อดอกใกล้ TWI หรือ ~2–3 มม. โดยเฉพาะถ้าวิ่งฝนบ่อย

 

สรุปจำง่าย ใช้ได้จริง 📝

  • เหินน้ำคือ “ลอยบนฟิล์มน้ำ” เบรกเก่งแค่ไหนก็เอาไม่อยู่ถ้าหน้ายางไม่จับพื้น

  • ป้องกันตั้งแต่ต้น: ความเร็วต่ำลง–แรงดันลมถูกต้อง–ดอกยางพอ–ร่องสะอาด–เลี่ยงแอ่งน้ำ

  • ถ้าเริ่มลอย: ตรงพวงมาลัย–ผ่อนคันเร่ง–หลีกเลี่ยงเบรกหนัก

  • ทำตามเช็กลิสต์นี้ คุณจะขับฝนได้ นิ่งกว่า ปลอดภัยกว่า และมั่นใจขึ้น ทุกทริป 🌧️🚗

 

 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการของ NANKANG ได้ที่

🔎 ค้นหายางที่เหมาะกับรถคุณ: https://nankangtire.in.th/products/1/list
🏪 รายชื่อศูนย์บริการทั่วประเทศ: https://nankangtire.in.th/branches/list
🎉 โปรโมชั่นล่าสุด: https://nankangtire.in.th/promotions/list
🗞️ ข่าวสารและกิจกรรม: https://nankangtire.in.th/news/list

สินค้าและบริการ
ยางรถยนต์
โปรโมชั่น
บทความ
วิดีโอความรู้
ข่าวสาร
ค้นหาสาขา
เกี่ยวกับเรา
สนใจเปิดสาขา
ลงทะเบียนรับประกันยาง
ตรวจสอบการรับประกัน
นโยบายการรับประกัน
ติดต่อเรา

Copyright © 2024 NANKANG TIRES สงวนสิทธิ์ทุกประการ

|

ข้อกำหนดและเงื่อนไข

|

นโยบายความเป็นส่วนตัว

|

นโยบายการใช้คุกกี้

สินค้าและบริการ
ยางรถยนต์
โปรโมชั่น
บทความ
วิดีโอความรู้
ข่าวสาร
ค้นหาสาขา
เกี่ยวกับเรา
สนใจเปิดสาขา
ลงทะเบียนรับประกันยาง
ตรวจสอบการรับประกัน
นโยบายการรับประกัน
ติดต่อเรา

Copyright © 2024 NANKANG TIRES สงวนสิทธิ์ทุกประการ

|

ข้อกำหนดและเงื่อนไข

|

นโยบายความเป็นส่วนตัว

|

นโยบายการใช้คุกกี้