มีคนจำนวนไม่น้อยที่มองเห็นตัวเลขบนแก้มยางแล้วเข้าใจว่า “นี่แหละค่าแรงดันที่ควรเติม” จบข่าว… แต่ความจริงคือ ตัวเลขบนแก้มยางส่วนใหญ่คือ “ค่าสูงสุด (MAX)” ที่ยางรับได้ ไม่ใช่ “ค่าแนะนำสำหรับรถของคุณ” การเติมลมตามค่านั้นอาจทำให้รถแข็งเกิน เกาะถนนลดลง โดยเฉพาะพื้นเปียก และดอกยางสึกกลางเร็วขึ้น บทความนี้สรุปให้ครบ: ตัวเลขบนแก้มยางหมายถึงอะไร, ทำไมต้องยึดสเปกที่สติกเกอร์รถ, ปรับยังไงเวลาโหลดหนัก/อากาศเปลี่ยน และเช็กลิสต์ก่อนออกทางไกล ✅
1) ตัวเลขบนแก้มยางบอกอะไรบ้าง? (อ่านให้เป็นใน 2 นาที) 🔎
บนแก้มยางคุณจะเห็นหลายชุดข้อมูล เช่น 205/55R16 91V พร้อมข้อความอื่น ๆ
-
205/55R16 = ขนาดยาง (กว้าง/ซีรีส์/เส้นผ่านศูนย์กลางล้อ)
-
91V = ดัชนีรับน้ำหนัก (Load Index) และดัชนีความเร็ว (Speed Rating)
-
MAX PRESS หรือ MAX LOAD @ MAX PRESS = แรงดันสูงสุด/โหลดสูงสุด ที่ยางรองรับได้อย่างปลอดภัย ไม่ใช่ค่าที่ควรใช้ทุกวัน
สรุปสั้น ๆ: ตัวเลข MAX = ขีดจำกัดของตัวยาง ไม่ใช่ “ค่าที่รถคุณขับดีสุด”
2) แล้ว “ค่าแรงดันที่ควรใช้จริง” ดูที่ไหน? 🎯
ดูที่ สติกเกอร์สเปกบนเสาประตูฝั่งคนขับ หรือ คู่มือรถ ค่าที่ติดรถมาเป็น ค่าที่ผู้ผลิตรถทดสอบมาแล้ว ว่าเหมาะสมกับน้ำหนักรถ ช่วงล่าง และสมดุลการบังคับควบคุม
-
บางรุ่น หน้า–หลังอาจไม่เท่ากัน
-
หลายรุ่นมี ตารางค่า “โหลดหนัก/วิ่งไกล” แยกต่างหาก
-
รถบรรทุกหนัก/นั่งเต็มคัน/ลากพ่วง → ใช้ค่าตามตารางโหลดของ รถ ไม่ใช่เดาสุ่มหรืออ้างอิง MAX บนยาง
ทำตามนี้ = หน้ายางสัมผัสถนน “เต็มหน้า” เบรกสั้นลง ขับนิ่ง และดอกสึกสวย
3) ทำไมการเติม “ตาม MAX บนแก้มยาง” ถึงพลาดบ่อย? ❌
-
แข็งเกิน–หน้าสัมผัสแคบลง → เกาะถนนลด โดยเฉพาะถนนเปียก
-
สึกกลางเร็ว → ค่าใช้จ่ายรวมสูงขึ้น
-
ฟีลลิ่งรถเสีย → กระด้าง สั่นสะท้อนมากขึ้น กระทบช่วงล่างระยะยาว
-
ไม่เผื่ออุณหภูมิ → อากาศร้อนทำให้แรงดันเพิ่มอีก ยิ่งเกินกว่าที่เหมาะสม
4) ปรับแรงดันยังไง “ให้พอดี” กับชีวิตจริงของคุณ 🧭
กติกาหลัก 3 ข้อ
-
วัด/เติมตอนยางเย็น (จอดอย่างน้อย 3 ชม. หรือเช้าก่อนออก)
-
ยึดสเปกสติกเกอร์รถเป็นฐาน (หน้า–หลังอาจต่าง)
-
ปรับเฉพาะกรณีใช้งานพิเศษ ตาม คู่มือรถ เช่น
-
บรรทุกคน/สัมภาระเต็มคัน
-
วิ่งทางไกลต่อเนื่อง
-
ลากของ/ติดตะแกรงบรรทุก
-
ไม่ต้อง “เผื่อเกิน” เองโดยเดา เพราะจะเสียสมรรถนะโดยไม่จำเป็น
5) Q&A ความเข้าใจผิดยอดฮิตเรื่อง “แก้มยาง” 🧠
Q: บนแก้มยางเขียน 51 PSI แปลว่าเติม 51 เลยดีสุด?
A: ไม่ใช่ครับ นั่นคือ ค่าสูงสุด ที่ยางรับได้ ค่าใช้งานจริงให้ดูจากสติกเกอร์รถ
Q: รถผมขับในเมือง อยากนุ่ม ๆ ลดจากสเปกได้ไหม?
A: ไม่แนะนำ ลดแล้ว “บ่ายางสึกเร็ว–รีดน้ำแย่” ยึดสเปกรถดีที่สุด
Q: เปลี่ยนล้อ/ยางคนละไซซ์ ควรดู MAX บนยางแทนหรือไม่?
A: ยังคงยึดสเปกรถเป็นหลัก แล้วปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเรื่องเส้นรอบวง/การสัมผัสซุ้มล้อ/ภาระโหลดให้เหมาะ
Q: ใช้ไนโตรเจนแล้วต้องปรับค่า PSI ไหม?
A: ไม่ต้องครับ ค่า “ที่เหมาะสม” เท่าเดิม ไนโตรเจนช่วยให้เสถียรกว่า แต่ไม่ได้เปลี่ยนเป้าหมายแรงดัน
6) เช็กลิสต์ 45 วินาทีก่อนออกทริป ✔️
-
เช็กแรงดัน “ตอนยางเย็น” ให้ตรงสเปกหน้า–หลัง
-
ถ้าโหลดหนัก/นั่งเต็มคัน → ใช้ค่าตามตารางโหลด “ของรถ”
-
ร่องดอกสะอาด ไม่มีโคลน/ทรายอุด
-
ตั้งศูนย์–ถ่วงล้อเรียบร้อย ไม่มีสั่นช่วง 90–120 กม./ชม.
-
ล้ออะไหล่มีลมพอใช้ฉุกเฉิน
7) เทคนิคเล็ก ๆ ที่ได้ผลใหญ่ 🌟
-
พก เกจดิจิทัลเล็ก ๆ ในรถ วัดเองได้แม่นกว่ากะด้วยตา
-
บันทึก “ค่าแรงดันส่วนตัว” ที่ลงตัวกับรูปแบบของคุณ (เมือง/ไกล/โหลด)
-
ตั้งเตือนในมือถือทุก 2–4 สัปดาห์ ให้วัดซ้ำเป็นรูทีน
-
หลังชนหลุมแรง/เจอฟุตปาธ → ตรวจแรงดันทันที พร้อมส่องแก้มยาง
8) สรุปจำง่าย ใช้ได้จริง 📝
-
ตัวเลข MAX บนแก้มยาง ≠ ค่าแนะนำสำหรับรถของคุณ
-
ค่าใช้งานจริงให้ดูที่ สติกเกอร์รถ/คู่มือรถ เท่านั้น
-
ปรับเพิ่มเฉพาะกรณี โหลดหนัก/วิ่งไกล ตามตารางของรถ ไม่ใช่ตามความรู้สึก
-
ยึด 3 วินัย: เช็กลมตอนยางเย็น • สลับยาง • ตั้งศูนย์–ถ่วงล้อ = ขับนิ่ง ปลอดภัย ดอกสึกสวย และคุ้มค่าที่สุด 🚗✨
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการของ NANKANG ได้ที่
🔎 ค้นหายางที่เหมาะกับรถคุณ: https://nankangtire.in.th/products/1/list
🏪 รายชื่อศูนย์บริการทั่วประเทศ: https://nankangtire.in.th/branches/list
🎉 โปรโมชั่นล่าสุด: https://nankangtire.in.th/promotions/list
🗞️ ข่าวสารและกิจกรรม: https://nankangtire.in.th/news/list

